2005/Nov/29

อ่านฉัน

...ต้องขอขอบคุณท่านผู้มีอุปรากรไว้ ณ.ที่นี้ (ขอสงวนนาม...เพ่เหมียว) ที่อุตส่าห์เสียสละแรงกายแรงใจเสี้ยมสอนให้ข้าพเจ้าสามารถตกแต่งบล็อคที่ดูไม่เข้าท่านี้ ให้ดู...เอ่อ...ดูดีขึ้นมั้ง(ดีสิน่า มีคนชมแล้ว) หากวันข้างหน้า ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จ ล้วนได้รับการประทานจากท่านพี่...ขอบพระคุณอย่างสุดซึ้งขอรับ

...ย่อหน้าที่หนึ่ง...จะว่าไงดีล่ะ เคยไหม เคยรู้สึกเหมือนกับ...ได้รับสิ่งที่เคยสูญเสียไป กลับคืนมา...อะไรก็ไม่รู้ล่ะ เวลาที่คล้ายกับสิ้นหวังไปแล้ว แล้วอยู่ๆก็เกิดมีความหวังใหม่ขึ้นมา (ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองแต่อย่างใด) กาลก่อน เมื่อครั้งกระโน้น...เคยถือครองบางสิ่งอยู่ แล้วจู่ๆก็สูญเสียไป จะด้วยความบัดซบของตัวเอง หรือของอะไรก็ตามเถอะ แต่ความรู้สึกแย่ๆเมื่อครั้งนั้น ก็เทียบไม่ได้กับความรู้สึกในตอนนี้เลย...มันก็ไม่ถึงกับบัดซบยิ่งกว่าหรอกนะ แต่ว่ามัน...เหมือนกับ..."บทเรียน"...สอนให้เราเรียนรู้ที่จะ ปกป้องหัวใจ ปกป้องความรู้สึกของเราเองเอาไว้ก่อนอาจดูเหมือนกับเรากลายเป็นคนใจร้าย ใจดำไป...มีเกราะ หรือ เยื่ออะไรสักอย่าง บางๆ แต่ทว่าหยาบกร้านมาห่อหุ้มส่วนที่เราไม่เคยคิดว่ามันจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองแต่อย่างใด...เอ๊ะ แพล่มอันใด ไร้สาระมากไปหรือเปล่าเนี่ย?

...ย่อหน้าที่สอง... เนื่องจากว่า...ตอนนี้ สภาพอากาศประเทศไทยบ้าบอเป็นอย่างมาก โดนมรสุมฝนตกติดต่อกันมา จนถึงเมื่อกลางเดือนพฤษจิกายน...แล้วก็เปลี่ยนเป็นฤดูหนาวอย่างฉุกละหุกได้ประมาณสามวัน...หนาวจริงๆท่านเอ๋ย แต่สามวันเองอ่ะ ตอนนี้ สงสัยมันจะเข้าหน้าร้อนแล้วเนี่ย จิ้งจกก็จิ้งจกเหอะ ยังบ่นไม่ออก มีหลักฐานยืนยันจากจิ้งจกหนุ่ม ชื่อสมชาย(นามสมมุติ) ได้ให้การว่า ตอนนี้ปรับตัวลำบากมาก เดาใจธรรมชาติไม่ออกจริงๆ...โอ้ว...แล้วคนบอบบางร่างกายอ่อนแอ หัวใจงอแงจะเป็นไปได้ถึงเพียงไหน... (ก็เพี้ยนน่ะสิ)

...ย่อหน้าที่สาม มันส่งมาอีกแล้ว จดหมายเชิญชวนให้สมัครรับนิตยสารรายเดือน เกี่ยวกับสาระอะไรสักอย่าง มีคูปองชิงโชค พร้อมกุญแจรถแนบมาให้ด้วย (เขาคิดได้ไง?) อันนี้ส่งมาเป็นฉบับที่สองแล้ว หลังจากพี่ชายของมันได้เสียชีวิตลงถังขยะไปเมื่อเดือนก่อน ไม่ทราบว่าเขาไปเอารายชื่อนี้มาจากที่ใด บอกว่าข้าพเจ้า"อาจ"ได้เป็นเจ้าของรถยนต์สุดหรูและเงินรางวัลจำนวนมหาศาล! "หาก" ข้าพเจ้าทำตามกติกาของเขาและเขา "บังเอิญ" จับฉลากรายชื่อชิงโชค ได้ชื่อของข้าพเจ้าติดมา...โอ้ว...ว้าว...ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องโชคดีแบบนี้อยู่ในโลก มันจริงเหรอนี่...? แปลกมาก...ที่ข้าพเจ้าไม่ได้คิดถึงหนังสือสาระอะไรสักอย่างที่เขาจะส่งมาให้เลย...กลับไพล่ไปคิดถึงของรางวัลล่อใจต่างๆที่เขาจะกำนัลให้ "หาก" ข้าพเจ้าเป็นผู้โชคดีคนนั้น

อย่างไรก็ตาม...ต้องนับว่าเขามีไอเดียอะไรแปลกๆแหวกวงการจริงๆ...บางท่านที่ได้อ่านข้อความนี้แล้วอาจจะนึกออก ว่าตัวเองก็เคยโดน เอ้ย เคยได้มาก่อนเหมือนกัน...แล้วบางท่าน...อาจจะตอบกลับไป...ไหนลองมาให้การหน่อยซิ ว่าได้รับรางวัลอันใดมั่งไหม? อยากรู้อ่ะ...

...ย่อหน้าที่สี่...อะไรดีล่ะ...เมื่อยมือแล้วเนี่ย...เอาเป็นว่า รักคนอ่านละกัน เอามันง่ายๆยังเงี้ยแหละ ใครจะทำไม?

ขุนพลน้อย

2005/Nov/19

read me

จนป่านนี้ก็ยังแต่งบล็อคไม่เป็นอ่ะ...ใครผ่านมาอ่านด้วยบังเอิญหรือความจำเป็น หรือด้วยความสมเพธก็ตาม โปรดสละเวลาสอนหน่อย ว่าเขาใส่รูปใส่กรอบตกแต่งกันยังไง จะเป็นพระคุณอย่างใหญ่หลวง...

พุธที่16 พฤษจิกายน 2548

...หลังจากเลิกงานเวลา18.00น.ตรงเป๊ะ ก็ได้เดินทางออกจากที่ทำงานย่านวิภาวดี_หลักสี่ หมายใจว่าจะไปลอยกระทงแถวๆใต้สะพานพระนั่งเกล้า...โอ รถติดเป็นแพเต็มถนนเลย ขับรถเลาะลงไปใต้สะพานพระนั่งเกล้า กะว่าจะหาตลิ่งเงียบๆ คนน้อยๆเพื่อจะลอยกระทงซะหน่อย แล้วก็ได้มุมสงบดังใจหวัง เป็นโป๊ะเก่าๆมืดๆ ด้อยไปทางพลเมือง แต่อุดมไปด้วยรถราที่ติดแน่นขนัด ก็แอบรถเข้าข้างทาง เดินหาทำเลจะลอยกระทง

...อ๊ะ...กูยังไม่มีกระทงเลยนี่หว่า? แล้วแถวๆนี้ใยจึงไม่มีกระทงขายมั่งหนอ? แล้วบรรยากาศก็เหมาะกับอาชีพโจรดักปล้นชาวบ้านมากกว่าอื่น อา...อย่ากระนั้นเลย ย้ายที่ดีกว่า

...ย้ายทำเลข้ามฝากแม่น้ำมาอีกฝั่งนึง บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้นมาเป็นเท่าตัว รถก็ติดเพิ่มมาอีกเท่าตัว มีโต๊ะขายกระทงตั้งกันให้เกลื่อน กระทงใบตอง ใบพลับพลึง etc.

...จับของ(กระทง)มาใบนึง ถือเดินไปที่ท่าน้ำ ฝั่งนี้ก็เป็นโป๊ะเหมือนฝั่งตรงข้าม คนไม่มากเหมือนที่คิด กะว่าลอยเสร็จก็กลับเลย แต่ทว่า...มันไม่ง่ายอย่างงั้นน่ะสิ...?

...มันไม่มี...ไม่มี...ตลิ่งง่ะ(ส่วนที่พื้นดินจรดชายน้ำ) หมายความว่า ข้าพเจ้าไม่สามารถเดินไปนั่งยองๆแล้ววางกระทงลงที่ผิวน้ำได้ บวกกับคลื่นแม่น้ำที่รุนแรงพอที่จะคว่ำโป๊ะได้เวลามีเรือใหญ่ๆผ่านมา เอ...? แล้วประชาชนแถวนี้เค้าทำกันยังไงหว่า? เดินมาเบิ่งที่ริมโป๊ะ (อธิบายสักเล็กน้อย สำหรับเด็กดอยที่อาจจะไม่รู้จักโป๊ะ...โป๊ะคือก้อนคอนกรีตเสริมเหล็กกลวงใน ที่วางแปะลงบนผิวน้ำ อันนี้ข้าพเจ้าเองไม่ทราบว่าทำไมมันถึงลอยได้ในเมื่อมันหนักมาก ใครจะค้านว่าโป๊ะไม่มีทางจมก็ไม่ได้ เพราะมันเคยจมมาให้เห็นแล้ว) ก็ได้เห็นประชาชนที่ประสบปัญหาเดียวกัน เกิดอาการสิ้นคิด ลอยกระทงด้วยการโยน ด้วยว่าขอบโป๊ะอยู่สูงจากผิวน้ำเมตรกว่าๆ ไม่มีทางที่จะก้มลงไปหย่อนกระทงได้

...ชายดังกล่าวยกกระทงจดที่หน้าผาก อธิฐานอะไรสักอย่างแล้วก็โยนกระทงลงน้ำไป จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่องในวันนี้...กระทงของผู้ต้องสงสัย เอ้ยไม่ใช่กระทงของชายดังกล่าว ทำมาจากต้นกล้วย มิใช่โฟม ไม่สามารถรับน้ำหนักตัวมันเองได้และบวกกับแรงตกกระทบและคลื่นที่ผิวน้ำ จึงได้หงายเอาธูปเทียนกลีบใบต่างๆลงน้ำไป...อา อย่างน้อยมันก็ไม่จมอ่ะนะ...สักครู่หนึ่งก็มีเรือเข้ามาเทียบท่าโป๊ะ บดขยี้กระทง รวมทั้งจิตใจเจ้าของกระทงไปพร้อมกัน ณ ที่เกิดเหตุนั้นเอง...

อืมม...ดูท่าว่า ปีนี้คงไม่ใช่ปีดีของพี่แกจริงๆแฮะ

เมื่อได้เห็นตัวอย่างที่ไม่ดีแล้ว ไฉนเลยจะเอาเยี่ยงอย่าง... แล้วเอาไงดีหว่า?

...แล้วก็ได้เห็นด้วยตาเนื้อ ภูมิปัญญาชาวบ้านแท้ๆ มีคนแกะฝาตะแกรงพัดลมขนาดใหญ่ออกมาข้างนึง เอาลวดผูกเข้าที่ขอบทำเป็นกระเช้า แล้วผูกรวมเข้ากับปลายไม้ด้ามยาว วางกระทงบนตะแกรงแล้วค่อยหย่อนลงน้ำ โป๊ะจะสูงแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา...โอว...คิดได้ไง!

...ก็เลยไปต่อคิวขอใช้บริการพี่เขา...ได้หย่อนกระทงสมใจครานี้เอง เฮ่อ!...จบ

2005/Nov/11

ศุกร์ที่ 11 พฤษจิกายน 2548

...อันที่จริง ข้าพเจ้าควรจะเอนหลังลงนอนพักผ่อนอย่างที่คุณหมอคมสันกำชับไว้ แต่มันทำไม่ได้อ่ะครับ เพราะตั้งแต่โดนฉีดยามาเนี่ย นอนไม่ลงเลย นอนแล้วเวียนหัว ต้องลุกขึ้นมานั่งเฉยๆ

12.15น.

...ไม่ใช่เรื่องบ่อยนักที่คนเราอยู่ดีๆจะไปเปลือยก้นให้สุภาพสตรีดูกันง่ายๆ โอ้ว...เขิลว้อย คือมันยังงี้...ออกไปหาหมอที่รพ.ใกล้บ้าน ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ใช้ประกันสังคม พอไปถึง ก็มีเจ้าหน้าที่ให้กรอกแบบฟอร์มสละสิทธิ์ประกันสังคม...เหตุผลเพราะว่า อยากหายไวไว ก็ดูเอาสิท่านเอ๋ย คิวประกันสังคมน่ะ ยาวเหยียด แล้วคนไข้ที่รอจ่ายยาอยู่ก็แทบไม่มีที่นั่งเหลือแล้ว ต้องยืนรอกันเป็นแถว ก็เลยตกลงจ่ายตังเองซะเลยดีกว่า เร็วมากครับ...หลังจากพูดคุยสั่งเสียกับคุณหมอคมสันเรียบร้อย คุณพยาบาลก็พาเข้าไปนอนรอในอีกห้องหนึ่งเพื่อฉีดยา...ไอ้ทีแรกน่ะ ก็นึกว่าคงฉีดแถวๆแขนล่ะมั้ง...ที่ไหนได้...คุณพยาบาลสั่ง "นอนคว่ำค่ะ" .......โอ๊ะโอ....... ว่าแล้วก็ลงมือถลกกางเกงควานหาแก้มก้นข้าพเจ้า...เอาแอลกอฮอลมาป้ายๆ "ตอนเดินยาจะปวดนิดนึงนะคะ" ................"อย่าฉีดแรงนะครับ"........"นิดเดียวค่ะ" ..............ฉึก!!...........โอ้ว....มายยยยยยยยย...ก๊อดดดดดดดดดดด!!!

...กลับบ้านแล้วต้องพักผ่อนด้วยนะคะ(ยิ้มหวาน)...คร้าบบบบบบบบ

...แปลกมาก...ยาที่ฉีดไม่รู้มีผลข้างเคียงยังไงหรือเปล่า...รู้สึกหิวมาก แล้วก็เหงื่อออกตลอด...แต่พอนอนแล้วรู้สึกเวียนหัว กับตัวร้อน?...คุณหมอบอกว่าต้องกินยาให้หมดก่อนนะครับถึงจะหายขาด...อย่าเพิ่งรีบร้อนจะให้หายในอึดใจเดียว...รู้งี้นอนโรงบาลซะเลยก็ดีอ่ะ...อา...รึว่า ข้าพเจ้าจะเป็นเหยื่อไข้หัวดนกคนแรกของกทม. ว้าว...ก็ตายอ่ะเดะ...!?